แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การดูแลผิวสวย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การดูแลผิวสวย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ทำไมดื่มน้ำมากๆจึงทำให้ผิวสวย




ผิวหนังของคนเราชั้นบนสุดคือผิวหนังที่ตายแล้ว (ที่คุณถูออกมาเป็นขี้ไคลนั่นไง) ชั้นล่างลงไปคือเซลล์ผิวหนัง ปกติมีลักษณะยาวรีคล้ายใบไม้เรียงต่อกันเป็นตาข่าย แต่ละเซลล์จะมีน้ำไปหล่อเลี้ยง ซึ่งถ้าได้รับน้ำเพียงพอตัวเขาจะกลม ๆ ป่อง ๆ เมื่อแสงตกกระทบจะดูมีน้ำมีนวล แต่ถ้าขาดน้ำเซลล์จะเล็กฟีบ ดูเหี่ยวแห้ง ไม่มีชีวิตชีวา รอบ ๆ เซลล์ก็ต้องมีน้ำหล่อลื่น ในชั้นคอลลาเจนก็ต้องการน้ำเพื่อความตึงตัวเช่นกัน น้ำจึงเป็นโครงสร้างสำคัญภายใต้ชั้นผิวหนังของเรา


เซลล์ผิวหนัง

บ้านเราอากาศร้อน ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่าย ฉะนั้นใครต้องการมีผิวพรรณเปล่งปลั่งจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ธรรมชาติกำหนดให้มีชั้นไขมันเคลือบผิวหนังของเราไว้ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ ยิ่งคุณดื่มน้ำน้อยก็ยิ่งต้องรักษาสภาพของชั้นไขมันนี้ไว้ คนผิวมันจึงโชคดีกว่าในเรื่องนิ้ มีชั้นไขมันป้องกันการสูญเสียน้ำของผิวหนังไว้มากกว่าคนผิวแห้งจึงเห็นว่าคนมีผิวมันมีริ้วรอยน้อยกว่าคนผิวแห้ง
ส่วนคนผิวแห้ง คือ คนที่ร่างกายสร้างชั้นไขมันไม่พอ จึงควรใช้น้ำมันจากภายนอกทาปกป้องไว้เสมอ ไม่เช่นนั้นร่างกายจะฟ้องโดยเริ่มจากปากแห้ง ผิวแห้ง โดยเฉพาะตามแขน ขา หน้าแข้งซึ่งมีไขมันใต้ผิวหนังหล่อเลี้ยงน้อย คนที่ไม่ชอบดื่มน้ำจึงดูไม่สดใส สำหรับครีมบำรุงผิวก็มีเป้าหมายมาเพื่อการนี้เลยค่ะช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำของผิว

เห็นแล้วนะคะว่าน้ำมีความสำคัญขนาดไหน น้ำคือตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวสวยเลยค่ะ คนที่ผิวแพ้ง่าย ระคายเคือง เดี๋ยวคันเดี๋ยวแดง หมายถึงผิวสูญเสียน้ำเยอะ เป็นสัญญาณให้ต้องรีบฟื้นฟูแล้วค่ะ

**อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารน้ำในบทความ Hyaluronic Acid..สารน้ำ..ผู้ค้ำจุนตัวจริงของผิวสวย


วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การดูแลผิวสวยแบบง่ายๆด้วย ผลไม้ 9 อย่าง


การดูแลผิวให้สวย ใส สุขภาพดี เป็นเรื่องที่คุณสาวๆ พลาดไม่ได้เลย และคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการให้ผิวสวยใช่หรือป่าวคะ วันนี้จะมีเคล็ดลับจากผล ไม้ 9 อย่าง เชื่อไหมคะว่าการที่เราเลือกกินผลไม้บางอย่างนั้น นอกจากจะได้ความอร่อยแล้วยังช่วยบำรุงผิวของเราได้อีกด้วย

1 ส้ม
ส้มซึ่งมีหลายชนิดและเลือกรับประทานได้ ผลที่มีรสเปรี้ยวหรือหวาน มักจะมีแคลเซียม โปแทสเซียม ไวตามินเอ และไวตามินซี มากเป็นพิเศษซึ่งทำให้ส้มนั้น อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสดูอ่อนไวตลอด เวลา


2 มะนาว
นับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรส นอกจากนี้ยังถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการและทางการแพทย์ด้วย ซึ่งมะนาวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์ต่อผิว และยังช่วยทำความสะอาดตับซึ่งทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วย

3 ฝรั่ง
ฝรั่ง 1 ขีดมีวิตามินซีสูงถึง180 มิลลิกรัม วิตามินซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณเต่งตึง ไม่แก่ก่อนวัยซึ่งคอยบำรุงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือคอลลาเจนตัวเดียวกับที่ทำ ให้หน้าสาวๆอย่างเราเต่งตึงนี่แหละค่ะ นอกจากนี้น้ำต้มผลฝรั่งตากแห้ง มีฤทธิ์แก้คออักเสบ เสียงแห้งด้วยค่ะ

4 กล้วย
กล้วยทุกชนิดนั้นดีต่อสุขภาพแต่แนะนำให้ทานกล้วยไข่ค่ะ ซึ่งกล้วยไข่นั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระหรือเบต้าแคโรทีนมากกว่ากล้วยอื่นๆเป็นพิเศษค่ะ ซึ่งช่วยทำให้ผิวนั้นไม่เหี่ยวย่นไปตามวัยค่ะ

5 กีวี
กีวีซึ่งมีวิตามินอีมากสุดจากการวิจัยค่ะ และประกอบด้วยวิตามินซีที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างคอลลาเจนอีกด้วยค่ะ

6 แครอต
แครอตนั้นอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูงที่สุดในบรรดาผักสีส้มด้วย กันค่ะ และเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนสภาพเป็นวิตามินเอ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสายตา ทำให้มองเห็นในที่มืดและรักษาโรคตาฟางได้อีกดวยค่ะ และนอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจาก ควันบุหรี่และแสงแดดที่แรงจัดได้ค่ะ

7 อะโวคาโด
อะโวคาโด้นั้นเมื่อทานเข้าไปจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยค่ะ เพราะวิตามินบีในอะโวคาโด จะทำให้ร่างกายเกิดความต้านทานในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการปกป้องผิวหน้าจากมลพิษได้ด้วยค่ะ และการกินอะโวคาโดวันละผลจะช่วยทำให้ร่างกายได้รับวิตามินอีที่ร่างกายต้อง การเพียงพอในแต่ละวันค่ะ

8 มะเขือเทศ
มะเขือเทศมีเบต้าแคโรทีนมากค่ะและสามารถรักษาสิว สมานผิวหน้าให้เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรือนำมะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ แปะบนใบหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่มได้ค่ัะ มะเขือเทศนั้นมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูงค่ะ เพราะมะเขือเทศมีวิตามินพี ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะจึงสามารถแก้อาการความดัน และมะเขือเทศมีวิตามินเอจึงสามารถรักษาโรคตาได้ค่ะ เท่านั้นยังไม่พอค่ะ ยังมีอีกหนึ่งอย่างคือมีวิตามินซีมากทำให้สามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิด ลักเปิดและช่วยการช่วยระบบการย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระอีกด้วย

9 ทุเรียน
คงแปลกใจใช่ไหมหล่ะคะทำไมถึงมี ทุเรียนติดมาด้วย ซึ่งทุเรียนนั้นถึงแม้อาจจะอ้วนแต่ว่าเนื้อทุเรียนนั้นมีความร้อน ทำให้แก้โรคผิวหนังหรือทำให้ฝี-หนอง แห้งและเนื้อทุเรียนมีฤทธิ์ขับพยาธิอีกด้วยค่ะ ส่วนเปลือกหนามทุเรียนนั้นนำมาสับแล้วแช่ในน้ำปูนใสสามารถใช้ชะล้างแผลที่ เกิดจากน้ำเหลืองเสีย แผลพุพอง หรือนำมาเผาทำถ่าน บดจนเป็นผง คลุกในน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันงา ลดความบวมพองจากคางทูมได้ค่ะ และยังสามารถเผาเอาควันไล่ยุงและแมลงได้อีกด้วยค่ะ ส่วนใบของทุเรียนนั้นสามารถใช้ต้มน้ำอาบแก้ไข้ แก้ดีซ่านและเป็นส่วนผสมในยาขับพยาธิด้วยค่ะ สุดท้ายรากจากต้นทุเรียนนำไปตัดเป็นข้อ ๆ ต้มให้เดือด ดื่มบรรเทาอาการไข้และรักษาอาการท้องร่วงได้ด้วยค่ะ สารพัดประโยชน์จริงเลยค่ะ(แต่บริโภคแต่พอดีนะคะ)


 ติดต่อ 085-9083178 วราพร

ดูข้อมูล  http://pannfityoung.blogspot.com/